คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าโบรกเกอร์ไหนเป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดในโลก มาตราฐานอะไรที่นำมาใช้พิจารณา บทความนี้คือคำตอบของคุณ โดยส่วนมาก เชื่อว่า โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดนั้นจะให้ความสำคัญกับเทรดเดอร์ พยายามเพิ่มการซื้อขายของเทรดเดอร์เพื่อให้เทรดเดอร์ได้เงินและไม่เน้นผลกำไรระยะสั้นหรือจ่ายเงินให้ตัวแทนโบรกเกอร์จำนวนมากเพื่อดึงดูดลูกค้า ในความเห็นของผม สำหรับโบรกเกอร์ที่จะได้ชื่อว่าดีที่สุด ต้องมีมาตราฐานด้านล่างพวกนี้:
ความน่าเชื่อถือ | ค่าใช้จ่ายในการซื้อขาย | เงื่อนไขการซื้อขาย | การบริการในท้องที่ |
กฏเกณฑ์ | สเปรดต่ำ | ราคาดี | ระบบการชำระเงิน |
ประวัติการดำเนินการย้อนหลัง | ค่าคอมมิชชั่นต่ำ | ระบบซื้อขาย | ตัวแทนท้องที่ |
การคลาดเคลื่อนของราคาต่ำ | ความคล่องตัว | ||
รีเบท ดี/โบนัส | |||
สวอปต่ำ |
นี่คือ 10 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ที่ผมคิดว่าผ่านมาตรฐานต่างๆด้านบน:
- Exness: 9/10 ดูเพิ่มเติมที่นี่
- FxPro: 8.5/10 ดูเพิ่มเติมที่นี่
- XM: 8/10 ดูเพิ่มเติมที่นี่
- Hotforex: 8/10 ดูเพิ่มเติมที่นี่
- Pepperstone: 7/10
- Natureforex: 6.5/10
- Think Market: 6/10
- Saxo Bank: 6/10
- Fxtm: 5/10
- FBS: 4.5/10
ความน่าเชื่อถือ
Table of Contents
ฟอเร็กซ์โบรกเกอร์ที่ดีต้องมีกฏเกณฑ์ที่ไว้วางใจได้
ผมได้เทรดฟอเร็กซ์มาเป็นเวลาหลายปีและมีเพื่อนเทรดเดอร์มากมาย เราปรึกษากันเกี่ยวกับกฏเกณฑ์ของโบรกเกอร์มากมาย ในตอนแรก เพื่อนส่วนมากของผมคิดว่ากฏเกณฑ์ของโบรกเกอร์ใน US และ UK ดีกว่า ผมถามพวกเขาว่าทำไม พวกเขาเลือกโบรกเกอร์ US เพราะพวกเขาเชื่อในระบบการบริหารเงินของ US “แล้ว UK, AU, ฮ่องกง, สิงคโปร์ กับญี่ปุ่นล่ะ” พวกเขาไม่รู้เหตุผลที่แท้จริง รู้เพียงแต่ว่าพวกเขาไว้ใจอเมริกา
ความน่าเชื่อถือของ USและ UK ดีมาก ถ้าโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์สามารถนำเอาหนึ่งในกฏเกณฑ์เหล่านี้มาใช้ มันจะทำให้ระบบซื้อขาย เทคนิค สถานภาพทางการเงิน และการบริหารของพวกเขาดี แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้รับใบอนุญาต โบรกเกอร์จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีมากพอ ถึงจะได้รับใบอนุญาติ
ด้านล่างนี้คือ 3 ฟอเร็กซ์โบรกเกอร์ที่ดีที่สุดที่มี กฏเกณฑ์ของ US, UK
- Exness ตรวจสอบกฏเกณฑ์
- Hotforex ตรวจสอบกฏเกณฑ์
- XM ตรวจสอบกฏเกณฑ์
- Fxpro ตรวจสอบกฏเกณฑ์
แต่ไม่ได้หมายความว่า โบรกเกอร์ที่ไม่ได้รับ กฏเกณฑ์ของ US, UK จะเชื่อถือไม่ได้ หรือมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า เพราะว่าโบรกเกอร์นั้นๆ ไม่มีธุรกิจตัวแทนในภูมิภาคนั้นๆ เอเชียเป็นแหล่งตลาดฟอเร็กซ์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โบรกเกอร์หลายๆ รายกลายเป็นโบรกเกอร์ขนาดใหญ่เพียงเพราะให้บริการในตลาดเอเชีย อย่างเช่น Exness เป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์รายย่อยที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ปริมาณการเทรดในเดือนที่ผ่านมาเกือบ 4 แสนล้านดอลลาร์ และ 99% ของการซื้อขายมาจากเอเชีย ทั้งๆที่ไม่ได้มี ใบอนุญาติ US แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะพวกเขาไม่ได้ทำธุรกิจในอเมริกา
ท็อป 3 ฟอเร็กซ์โบรกเกอร์รายย่อยที่ใหญ่ที่สุด 2020
- Exness: $395 พันล้าน ดูเพิ่ม
- Fxpro: $340 พันล้านดูเพิ่ม
- XM: $320 พันล้าน ดูเพิ่ม
- Hotforex: $300 พันล้าน ดูเพิ่ม
ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ชาวเอเชียหรือแอฟริกา ผมไม่แนะนำให้คุณเทรดกับโบรกเกอร์ US และ UK เพราะสเปรดและค่าคอมมิชชั่นสูงกว่าโบรกเกอร์ทวีปอื่นๆ มาก
บทสรุปสำหรับกฏเกณฑ์ กฏเกณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าประเทศของคุณมีกฏเกณฑ์คุณก็ควรที่จะเทรดกับโบรกเกอร์ที่ใช้กฏเกณฑ์ของประเทศคุณ แต่ถ้าประเทศของคุณไม่มีกฏเกณฑ์ นั่นหมายความว่าไม่ว่าโบรกเกอร์นั้นๆจะมีใบอนุญาติกี่ใบ พวกเขาก็จะไม่คุ้มครองคุณ ในกรณีนี้คุณควรที่จะเลือกโบรกเกอร์ที่มีหนึ่งกฏเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือก็เพียงพอแล้ว กฏเกณฑ์พวกนี้อาจจะเป็น US, UK, AU, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และ CySEC
ท็อป 5 โบรกเกอร์ที่มีกฏเกณฑ์ที่น่าเชื่อถือที่สุด:
ฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ | กฏเกณฑ์ | |
Exness | CySEC, FCA | สำรวจกฎเกณฑ์ต่างๆ |
Hotforex | CySEC, FCA, FSCA | สำรวจกฎเกณฑ์ต่างๆ |
XM | CySEC, FCA, ASIC | สำรวจกฎเกณฑ์ต่างๆ |
FxPro | CySEC, FCA, ASIC | สำรวจกฎเกณฑ์ต่างๆ |
FBS | CySEC, IFSC |
โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีนั้นต้องมีเรทติ้งที่ดีและไม่มีรายงานการหลอกลวง
โดยปกติผมเลือกโบรกเกอร์ที่ดำเนินงานมามากกว่า 10 ปีและไม่มีการร้องเรียนใดๆเรื่องการหลอกลวง ผมคิดว่า 10 ปีก็เพียงพอแล้วสำหรับโบรกเกอร์ที่จะพิสูจน์ตัวเอง เพราะว่ามันมีข่าวเศรษฐกิจประจำปีใหญ่ๆที่มีผลต่อตลาดฟอเร็กซ์ และเราสามารถดูได้ว่าโบรกเกอร์แก้ปัญหาและดูแลลูกค้าของพวกเขาอย่างไร
อย่างเช่นในปี 2015 เมื่อ Swiss Central Bank ลอยตัว อัตราเงิน CHF/USD เปลี่ยนกว่า 3000 จุด โบรกเกอร์ส่วนมากขาดทุน บางโบรกเกอร์ขาดทุนเป็นร้อยล้านเหรียญ คุณสามารถหารายละเอียดของเหตุการณ์นี้แล้วดูว่าโบรกเกอร์แต่ละรายดูแลลูกค้าของพวกเขาอย่างไรได้จากด้านล่างนี้
ค่าใช้จ่ายในการเทรด
ฟอเร็กซ์ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ต้องมีสเปรดและค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำ
ในฐานะของเทรดเดอร์ เราต่างก็ต้องการค่าใช้จ่ายในการเทรดต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพราะค่าใช้จ่ายเล็กๆเหล่านี้สามารถรวมกันเป็นก้อนใหญ่ได้เมื่อเทรดไปนานๆ และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องใส่ใจกับค่าใช้จ่ายในการเทรดกับโบรกเกอร์ของคุณ
สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับคำว่า สเปรด และ ค่าคอมมิชชั่น สองสิ่งนี้คือรายได้หลักของโบรกเกอร์ เมื่อโบรกเกอร์ได้รับการเสนอราคาจากผู้ให้บริการสภาพคล่อง ค่าดำเนินการทางธุรกรรม(สเปรด) โบรกเกอร์มีอยู่สองประเภทด้วยกันคือ dealing desk และ non-dealing desk สเปรดคือรายได้หลักของโบรกเกอร์ประเภท dealing desk และคอมมิชชั่นคือรายได้หลักของโบรกเกอร์ประเภท non-dealing desk
ดังนั้นสิ่งที่ชัดเจนที่สุด โบรกเกอร์ที่ดีก็คือโบรกเกอร์ที่มีสเปรดและ/หรือค่าคอมมิมชั่นต่ำเสมอ ผมได้ทำการค้นคว้ามาเองบ้างแล้วตามรายชื่อโบรกเกอร์ด้านล่างนี้ โดยระบุค่าสเปรดเฉลี่ยของคู่สกุล EURUSD สำหรับการเปรียบเทียบ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ทั้ง 5 ราย:
- Exness – 0.8 จุด >> ตรวจสอบ Exness สเปรด ที่นี่
- XM – ประมาณ 0.8 จุด >> ตรวจสอบ XM สเปรด ที่นี่
- Hotforex – ประมาณ 1 จุด >> ตรวจสอบ HotForex สเปรด ที่นี่
- FxPro – ประมาณ 1.7 จุด >> ตรวจสอบ FxPro สเปรด ที่นี่
โบนัสและรีเบทคือลักษณะส่วนลด
กฏเกณฑ์ของ US และ UK โดยปกติแล้วจะมีการป้องกันโบรกเกอร์ของพวกเขาจากการเสนอ รีเบท หรือ โบนัส แล้วนี่ก็คือด้านลบของการมีกฏเกณฑ์มากเกินไป ที่ผมได้พูดถึงไปแล้วตอนต้น เทรดเดอร์ผู้รู้หรือผู้ชำนาญอาจจะไม่ใส่ใจมากนักกับโบนัส เงินที่ทำกำไรเพียงน้อยนิด เพราะพวกเขาลงทุนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์อย่างพวกเรา เราไม่ควรเพิกเฉยกับรีเบทหรือโบนัสดีๆ $5 ต่อล็อตหมายความว่าคุณมีโอกาสลดค่าใช้จ่ายไปได้ 0.5 จุด จากสเปรด และจากการได้เปรียบในจุดนี้อาจพิสูจน์ได้ว่ามันมีประโยชน์ต่อเทรดเดอร์รายเล็กและกลางในระยะยาว
นอกจาก 5 โบรกเกอร์ที่ผมได้กล่าวถึงข้างต้น มี FBS และ XM ที่มีโปรแกรมโบนัสดี สำหรับ XM คุณสามารถได้รับโบนัสมากถึง $30 เมื่อสมัครเป็นสมาชิกใหม่ และเปิดบัญชีเป็นครั้งแรก และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือคุณจะได้โบนัส 100% เมื่อคุณฝากเงินเข้าในบัญชี สำหรับ FBS มีข้อเสนอโบนัสหลายรูปแบบ เช่น โบนัสต้อนรับสมาชิกใหม่ หรือ โบนัสสมาชิกต่อเนื่อง เขามีเรทโบนัสที่สูงถึง $100 โบนัสเงินฝากของเขาให้โบนัสกลับมา 100% ของจำนวนเงินฝาก นอกจากนี้ยังมีระบบคืนเงินสด คือ คุณได้รีเบท $7 ทุกล็อตของการเทรด
รับโบนัส XM $30 ที่นี่
เงื่อนไขการซื้อขาย
โบรกเกอร์ที่ดีควรมีระบบซื้อขายที่ดี
ตามที่ทุกๆคนรู้กัน MT4 และ MT5 คือสองในระบบการซื้อขายที่เป็นที่นิยมที่สุด แต่มันก็ยังไม่ใช่ดีที่สุดเพราะมันยังไม่รองรับในระบบคอมพิวเตอร์บางระบบ เช่น Windows Vista และ Windows XP รวมถึง สมาร์ทโฟนอีกด้วย นี่คงเป็นเหตุให้โบรกเกอร์บางโบรกเกอร์ได้เริ่มที่จะลงทุนกับระบบการซื้อขายของตัวเองเพื่อที่จะสามารถรองรับกับสมาร์ทโฟนและระบบคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ
ทุกวันนี้ XM ได้นำหน้าโบรกเกอร์อื่นๆ ในด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขาย
ตรวจดูแพลตฟอร์มการซื้อขายของ XM ที่นี่
โบรกเกอร์ที่ดีควรมีสำนักงานในประเทศของคุณ
ฝ่ายบริการลูกค้านั้นเป็นส่วนที่สำคัญทีสุดเมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ เพราะธุรกิจนั้นเกี่ยวข้องกับคน, ความไว้วางใจ และผลกำไร ไม่ต้องบอกเลยว่าตลาดฟอเร็กซ์นั้นใหญ่และซับซ้อนแค่ไหน คนที่เพิ่งเริ่ม/เทรดเดอร์ใหม่ๆ จะพบว่าตัวเองยังคงสับสนและต้องการความช่วยเหลือจากผู้รู้ที่มากประสบการณ์ รวมถึงคำแนะนำถึงการลงทุนอย่างปลอดภัย
แน่นอนว่า มันควรจะมีรายชื่อของโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ใหญ่ๆอยู่ ถ้ามันมีอยู่ในประเทศของคุณ พวกนั้นคือโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือกว่า แต่ละโบรกเกอร์ก็มีเป้าหมายประเทศของพวกเขา แล้วเขาก็เปิดบริษัทเฉพาะในประเทศที่บริษัทเค้าเป็นที่นิยม มันอาจจะเป็นที่นิยมในประเทศของคุณเพราะการบริการและข้อเสนอความได้เปรียบที่ดีและมากกว่าที่อื่น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพวกเขามีบริษัทในประเทศของคุณ พวกเขาก็จะช่วยเหลือคุณได้เร็วกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรคุณสามารถปรึกษาพวกเขาได้ และถ้ามีการหลอกลวง กฏหมายในประเทศก็จะคุ้มครองคุณ
- Exness มีบริษัทในประเทศ ไซปรัส จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และ ประเทศไทย ตรวจสอบสถานที่
- XM มีบริษัทในประเทศ สเปน นิวซีแลนด์ กรีซ ฮังการี และ ออสเตรเลีย ตรวจสอบสถานที่
ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าโบรกเกอร์ที่ไม่มีบริษัทในประเทศของคุณเชื่อถือไม่ได้ ตามที่ผมได้กล่าวก่อนหน้านี้โบรกเกอร์ที่ติดอันดับต้นๆในบริษัทฟอเร็กซ์ใหญ่ๆ ที่มีกฏเกณฑ์ก็เป็นที่น่าเชื่อถือเพียงพอแล้ว หากพวกเขามีบริษัทในประเทศของคุณก็จะเป็นเรื่องที่ดีขึ้นไปอีก FBS เป็นผู้นำในด้านนี้เนื่องจากพวกเขามีบริษัท ที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประเทศไทย พม่า จีน เกาหลี และอียิปต์
สำหรับประเทศที่ไม่มีบริษัทนี้ในท้องที่ พวกเขาก็นำเสนอการช่วยเหลือออนไลน์และทางโทรศัทพ์ในภาษาอังกฤษ หรือภาษาหลักของคุณ การช่วยเหลือทางภาษานั้นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ในเอเชีย เพราะเทรดเดอร์อาจจะไม่คล่องในภาษาอังกฤษ และนี่คือรายชื่อของโบรกเกอร์ที่สามารถช่วยเหลือคุณได้ในภาษาต่างๆ
- Exness ช่วยเหลือ 18 ภาษา 24/7 ตรวจสอบรายละเอียด
- XM ช่วยเหลือ 23 ภาษา 24/7 ตรวจสอบรายละเอียด
- HotForex ช่วยเหลือ 27 ภาษา ตรวจสอบรายละเอียด
- FxPro ช่วยเหลือ 19 lภาษา ตรวจสอบรายละเอียด
โบรกเกอร์ที่ดีควรมีระบบการจ่ายเงินที่ดีที่สุด
การจ่ายเงินต้องรวดเร็วและไม่มีการจำกัดวงเงิน เราควรที่ถอนหรือฝากเงินทุนได้อย่างรวดเร็ว ผมรู้ว่าโบรกเกอร์บางโบรกเกอร์พยายามที่จะปฏิเสธการถอนเงินของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นเงินจำนวนมาก เพราะพวกเขาไม่มีเงินสดสำหรับถอนได้เพียงพอ และถ้าพวกเขาเก็บเงินของคุณไว้เป็นเวลานาน คุณก็มีความเสี่ยงในการสูญเสียเงินของคุณทั้งหมดได้ เพราะฉะนั้นอย่าเทรดกับโบรกเกอร์ประเภทนี้
ระบบการชำระเงินที่ดี:
- ระบบการฝากและถอนเงินรวดเร็ว
- จำกัดขั้นต่ำการถอนเงินสูง
- ค่าธรรมเนียมในการฝากและถอนต่ำหรือฟรี
- ชำระเงินในท้องที่
ผมทำการเทรดมากับหลายโบรกเกอร์ และคิดว่า Exness มีระบบการชำระเงินที่ดีที่สุด ธุรกรรมทั้งหมดเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว คุณสามารถรับเงินของคุณภายในไม่กี่วินาที คุณยังสามารถถอนเงินในวันสุดสัปดาห์ได้อีกด้วย มันมีระบบการจ่ายเงินหลากหลายรูปแบบที่ไม่เสียค่าธรรมเนียมและดำเนินการได้ทันทีทันใดและฟรี สำหรับ FBS ก็มีระบบการชำระเงินที่เร็วที่สุดจาก 5 โบรกเกอร์ที่ผมกล่าวมา
สำรวจระบบการชำระเงินของ Exness ที่นี่
ทำไมระบบการชำระเงิน Exness ถึงทำได้อย่างรวดเร็ว ก็เพราะว่าเนื่องจากระบบการชำระเงินของ Exness ล้ำหน้ากว่าโบรกเกอร์อื่นๆ มันเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติ งานทุกอย่างดำเนินการด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการชำระเงินของ Exness ถูกออกแบบมาให้เปรียบเทียบข้อมูลการโอนเงิน/ถอนเงิน ของคุณ และ เอกสารระบุตัวตนของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถทำธุรกรรมได้อย่างปลอดภัย
และนี่ก็คือ 5 โบรกเกอร์ ที่ผมคิดว่าเป็นโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุด:
- Exness: 9/10. สร้างบัญชี Exness.com
- FxPro: 8.5/10. สร้างบัญชี Fxpro.com
- XM: 8.5/10. สร้างบัญชี XM.com
- HotForex: 8/10. สร้างบัญชี Hotforex.com
- Pepperstone: 7/10